..

GED

GED คือหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนในระดับม. ปลาย (High School) ของสหรัฐอเมริกา
มีข้อสอบ 4 วิชา หากสอบผ่านทั้งหมดสามารถนำผลสอบ GED ไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยได้
โดยผู้สอบจะต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป

ในไทย มีศูนย์สอบ GED ที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด 5 แห่ง
โดยสมัครสอบผ่าน www.ged.com ซึ่งเปิดสอบตลอดปี
ค่าสอบวิชาละ $75 (ประมาณ 2,300 บาท)

FAQs

GED สอบวิชาอะไรบ้าง?

GED มีสอบทั้งหมด 4 วิชา ดังนี้

  1. Mathematics Reasoning
  2. Social Studies
  3. Science
  4. Reasoning Through Language Arts (RLA)

แต่ละวิชาจะมีคำถาม 30-50 คำถาม โดยเป็นตัวเลือกตอบ (Choice) เกือบทั้งหมด ส่วนวิชา Reasoning Through Language Arts จะมีการให้เขียน Essay ด้วย

สอบได้กี่คะแนนถึงจะผ่าน?

การสอบ GED ให้ผ่านมีรายละเอียดดังนี้

“ทุกวิชามี Scale ตั้งแต่ 100 ถึง 200 คะแนน ในแต่ละวิชาต้องไม่น้อยกว่า 145 คะแนนจึงจะถือว่าสอบผ่านและได้รับ GED Diploma and Transcript ซึ่งเอกสาร 2 อย่างนี้จะต้องทำการ Request ในระบบหลังจากสอบผ่านแล้ว มิฉะนั้นจะไม่มีเอกสารใดๆส่งมา”

การสอบซ่อม หรือการสอบเพื่อต้องการให้ได้คะแนนเพิ่ม ต้องเว้นระยะเวลากี่วัน?

การสอบซ่อมและการสอบใหม่เพื่อให้ได้คะแนนมากกว่าเดิม หากเป็นการสอบครั้งที่ 2 และ 3 ในแต่ละวิชา ผู้สอบสามารถลงทะเบียนสอบได้เลย แต่การสอบครั้งที่ 4 เป็นต้นไป ผู้สอบจะต้องเว้นระยะห่างจากการสอบครั้งที่แล้วไม่ต่ำกว่า 60 วัน แต่ผู้สอบเองก็ต้องพิจารณาถึงตัวเองด้วยว่า จะสามารถสอบผ่านหรือไม่?

ค่าใช้จ่ายของ GED มีอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายของการสอบ GED แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

  1. ค่าสอบวิชาละ 75 USD
  2. ค่าใบ GED Diploma and Transcript ใบละ 15 USD

การชำระค่าสอบและค่าเอกสาร จะเป็นการชำระด้วยหมายเลขบัตรเครดิต โดยคีย์ข้อมูลเข้าไป ในเวปไซต์ www.ged.com

สมัครสอบ GED ที่ไหน?

การสมัครสอบ GED ผู้เข้าสอบต้องไปเว็ปไซต์ www.ged.com เพื่อเข้าสร้าง Account ถัดจากนั้นจึงสามารถจัดตารางสอบได้
ข้อควรระวังในการสร้าง Account มีดังนี้

  1. ชื่อ-นามสกุล และวัน เดือน ปีเกิด ต้องเหมือนกับเอกสารแสดงตัวที่นำไปสนามสอบ (บัตรประชาชนหรือ Passport)
  2. เลือกสถานที่สอบ ผู้เข้าสอบต้องเลือก “ Other countries และให้เลือก International”
สอบ GED ผู้เข้าสอบต้องมีอายุเท่าไร?

ผู้เข้าสอบ GED ต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ (นับตามวัน เดือน ปีเกิด) ถึงจะสามารถเข้าสอบ GED ได้

สำหรับผู้ที่อายุ 16-17 ปีบริบูรณ์ (นับตามวัน เดือน ปีเกิด) และต้องการสอบ GED จะต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครองเสียก่อน และต้องทำเป็นหนังสือยินยอม (Consent Form) เป็นหลักฐานส่งไปยัง GED Testing Service เพื่อขอเข้าสอบ

Consent Form คืออะไร?

Consent Form คือหนังสือยินยอมของผู้ปกครองที่อนุญาตให้นักเรียนที่มีอายุ 16-17 ปีบริบูรณ์เข้าสอบ GED

Consent Form ผู้เข้าสอบสามารถ Download ได้จากเวปไซต์สมัครสอบ GED (www.ged.com) ผู้ปกครองและผู้เข้าสอบต้องกรอกข้อความใน Consent Form ด้วยกัน ถัดจากนั้นส่งเป็น File PDF ไปยัง Operations@gedtestingservice.com

GED Testing Service จะใช้เวลาดำเนินการ Consent Form ประมาณ 2 วัน ถัดจากนั้นผู้เข้าสอบก็จะสามารถจัดตารางสอบ GED ได้

ประเทศไทย สอบ GED ที่ไหน?

สถานที่สอบ GED ในประเทศไทย มีทั้งหมด 5 ที่ ดังนี้

1. Paradigm: ชั้น 2 อาคารอัลม่าลิงค์ ชิดลม กทม. 092 063 5599
2. Pearson Professional Centers: BB Building, ชั้น 10 ถนนอโศกมนตรี ซอยสุขุมวิท 21 กทม. 02 664 3563
3. Movaci Technology: 420/11-13 ถนนช้างคลาน  อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 053 920 555
4. Thabyay Education: อ.แม่สอด จ.ตาก
5. Phuket Academic Language School: 66/19 ถนนวิจิตรสงคราม อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต

เปลี่ยนวันสอบ GED ได้ไหม?

การเปลี่ยนวันสอบ สามารถเปลี่ยนได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ต้องเปลี่ยนก่อนถึงเวลาสอบ 24 ชั่วโมง ส่วนการยกเลิกสอบนั้นก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยคืนค่าสอบเต็มจำนวน ผ่านบัตรเครดิตที่ใช้สมัครสอบ แต่ต้องยกเลิกก่อนถึงเวลาสอบ 24 ชั่วโมง

สอบผ่านแล้ว เมื่อไรจะได้ Diploma และ Transcript?

เมื่อสอบผ่านแล้ว ผู้เข้าสอบต้องรอประมาณ 2 อาทิตย์ หรือน้อยกว่านั้นจะได้รับอีเมลย์ E-Diploma และ E-Transcript จาก GED Testing Service

E-Diploma and E-Transcript ผู้เข้าสอบมีสิทธิ Download ได้ 7 ครั้ง ตามระยะเวลาที่ทาง GED Testing Service กำหนดเอาไว้

โดยส่วนตัว (ผู้เขียน) ผู้เข้าสอบควรดาวน์โหลดเก็บเอาไว้ เผื่อได้ใช้ส่งไปสมัครเรียนต่อตามมหาวิทยาลัยต่างๆ

ทำอย่างไรจึงจะได้ Paper Diploma และ Paper Transcript?

เนื่องจากปัจจุบัน GED Testing Service ไม่ได้ส่ง Paper Diploma และ Transcript แล้ว มีเฉพาะ E-Diploma และ E-Transcript เท่านั้น หากผู้สอบต้องการ Paper Diploma และ Transcript จะต้องสั่งเอกสารเพิ่มเติมเอง (มีค่าใช้จ่าย)

สิ่งที่ต้องรู้ สำหรับผู้ที่ต้องการ Paper Diploma และ Paper Transcript มีดังนี้
  1. รออย่างน้อย 2 อาทิตย์ หรือจนกว่าจะได้อีเมลย์ GED Diploma and Transcipt จาก GED Testing Service ถัดจากนั้นจึงจะสามารถ Order เอกสารได้
  2. GED Transcript and Diploma ใบละ 15 USD
  3. บริการส่งเอกสารมี 2 แบบให้เลือก คือ
    3.1 United State Postal Service (USPS) เอกสารจะส่งถึงบ้านประมาณ 14 วัน และมีโอกาสหายประมาณ 5% (ในอดีตเคยเกิดขึ้นแล้ว)
    3.2 FedEx จะมีค่าบริการเพิ่มใบละ 40 USD เอกสารจะส่งถึงบ้านประมาณ 5 วัน (ไม่นับวันอาทิตย์)
GED Diploma ออกโดยรัฐใด?

หน่วยงานที่ออกเอกสาร GED ให้สำหรับผู้สอบที่สอบนอกสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นไปคือ Government of the District of Columbia (Washington, D.C.) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ที่มีใบ GED Diploma จาก District of Columbia สามารถนำไปสมัครสอบมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้เลยโดยไม่ต้องทำการเทียบวุฒิ

ประเทศไทยยอมรับ GED หรือเปล่า?

ประเทศไทย โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศเรื่อง การเทียบวุฒิการศึกษาต่างประเทศลงไว้วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558 มีเนื้อหาโดยใจความสำคัญว่า ผู้ใดสอบได้รับประกาศนียบัตร High School Equivalency Credential ดำเนินการในนามของ Government of the District of District of Columbia (Washington, D.C.) ให้เท่ากับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ม.6)

ทั้งนี้แต่ละหลักสูตรอาจมีรายละเอียดปลีกย่อยลงไปอีก เช่น หลักสูตร BBA จุฬาฯ ยอมรับผลสอบ GED แต่ต้องมีผลการเรียนอย่างน้อย 4 เทอมในระดับม.ปลาย หรือหลักสูตรด้านการแพทย์จะไม่รับผลสอบ GED ดังนั้นผู้สมัครจึงควรตรวจสอบกับหลักสูตรที่สมัครให้ดี

ข้อดีของ GED มีอะไรบ้าง?

GED เป็นการศึกษานอกระบบของประเทศอเมริกา ซึ่งเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้สอบ และเมื่อสอบผ่านจะได้รับ High School Equivalency Diploma โดย GED มีข้อดีหลายประการ ดังนี้

  1. เด็กอายุ 16 ปีบริบูรณ์เข้าสอบได้ (กรณีที่ผู้ปกครองอนุญาต)
  2. สอบแค่ 4 วิชาเท่านั้น และข้อสอบก็เป็นแบบ Multiple choices เป็นส่วนใหญ่
  3. มีวันสอบทุกสัปดาห์ วันจันทร์ถึงวันศุกร์
  4. ได้วุฒิเทียบเท่า ม.6 ภายในระยะเวลาไม่นาน
  5. มีหนังสือเตรียมสอบ และสื่อการเรียนในรูปแบบอื่นๆ มากมาย
  6. กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีประกาศรับรองวุฒิ GED
ข้อเสียของ GED มีไหม?

GED เป็นการศึกษานอกระบบ ซึ่งเหมาะกับบุคคลทั่วไปที่ไม่สามารถเข้าเรียนภาคปกติได้ ด้วยเหตุนี้เมื่อนักเรียนที่เรียนอยู่ในระบบปกติให้ความสนใจมาสอบ GED จะมีข้อเสียเปรียบ ดังนี้

  1. ความรู้ด้านวิชาการไม่แน่นเท่าการเรียนตามหลักสูตรม.ปลาย 3 ปี จะมีความลำบากในการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย (แต่จะได้เปรียบด้านภาษาอังกฤษแทน)
  2. ข้อสอบวิชา Language Arts, Reading และ Social Studies ผู้เข้าสอบต้องมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และทักษะการคิด วิเคราะห์ข้อมูล
  3. ผู้ที่มีความสามารถภาษาอังกฤษไม่ดี จะต้องใช้เวลาเรียนค่อนข้างนาน

…สรุปก็คือ สิ่งต่างๆในโลกนี้มักจะมีข้อดีและข้อเสียอยู่เสมอ แต่อย่างน้อย GED ก็เปิดโอกาสให้น้องๆหลายคนมีทางเลือกที่มากขึ้น จากประสบการณ์ 24 ปีของ aims พบว่าน้องๆที่มาสอบ GED มักจะมีลักษณะดังนี้

  1. กลับมาจาก Exchange Program โดยไปต่างประเทศตอนม.5 เมื่อกลับมาจึงต้องการเรียนม.6 พร้อมเพื่อนๆแต่โรงเรียนไม่อนุญาต (และไม่อยากไปเรียนกับน้องๆ) จึงมาสอบ GED เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปเลย
  2. เรียนจบระดับ High School จากต่างประเทศ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง กระทรวงศึกษาไม่รับเทียบวุฒิให้ (เช่น เรียนจบจริงแต่หน่วยกิตได้ไม่มากพอตามที่กระทรวงฯจะรับเทียบวุฒิให้)
  3. เรียนจบจากโรงเรียนนานาชาติในไทยแต่กระทรวงศึกษาธิการไม่รับรองคุณวุฒิ จึงต้องมาสอบ GED
  4. ต้องการสอบ GED เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยก่อนเพื่อนๆ (มีทั้งนักเรียนจากโรงเรียนไทยและนานาชาติ) เพราะการสอบ GED หมายถึงจบระดับชั้นม.ปลาย ดังนั้นในกรณีของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหลักสูตรภาษาไทย นักเรียนที่สอบผ่าน GED จึงมีสิทธิสอบข้อสอบต่างๆที่ “สงวนสิทธิ” ให้กับนักเรียนม.6 เท่านั้น เช่น GAT/ PAT/ 9 วิชาสามัญ/ O-NET/ ข้อสอบ admission ต่างๆ
  5. นักเรียน Home School

eiei

5 รูปแบบการเรียนรู้

เลือกรูปแบบการเรียนในแบบของคุณ

Group Class

เรียนสดเป็นกลุ่มที่สยามหรือพญาไท กับเพื่อนสนิทพร้อมกับได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆในเวลาเดียวกัน

k

Private Class

จัดตารางเรียนสด สุด exclusiveที่สถาบัน และชวนเพื่อนที่ชอบมาเรียนด้วยกันได้

Live Online Class

จัดตารางเรียนสด สุด private จากที่ไหนก็ได้บนโลกที่มีเครือข่าย internet

SELF@aims

เรียนกับระบบ e-learning ผ่านคอมพิวเตอร์ที่สถาบัน กับหลักสูตรที่หลายหลายตรงกับความต้องการ

SELF@home

เรียนกับระบบ e-learning ผ่าน Smart phone, Tablet หรือ คอมพิวเตอร์ จากที่ไหนก็ได้บนโลก

GED Intensive Group

การเรียนแบบ Group: Intensive คือการเรียนเพื่อให้นักเรียนได้รู้เนื้อหาที่จำเป็นในการสอบและยังได้รู้วิธีการหาคำตอบที่ถูกต้องในระยะเวลาสั้นๆ คอร์สนี้ใช้เวลาเรียน 5 สัปดาห์และจำกัดนักเรียนไม่เกิน 8 คนเท่านั้นโดยเรียนในวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์)

Schedule

BranchLevelWeekday
SiamIntensive1 Jul (Mon-Fri)
PhayathaiIntensive17 Jul (Mon-Fri)
SiamIntensive1 Aug (Mon-Fri)
PhayathaiIntensive15 Aug (Mon-Fri)
SiamIntensive2 Sep (Mon-Fri)
PhayathaiIntensive16 Sep (Mon-Fri)

Minimum Score to Join This Group

SIM

การทำ SIM Test หรือการฝึกทำข้อสอบเสมือนจริงนั้นจะมีการจัดขึ้นทุกต้นเดือนที่สาขาพญาไท เริ่มสอบเวลา 9:30-12:30 เพื่อให้นักเรียนได้ทดสอบว่าตนเองมีทักษะอยู่ในระดับใดก่อนตัดสินใจเรียนหรือไปสอบจริง สอบฟรี! สมัครสอบโดยแจ้งชื่อ-เบอร์โทรศัพท์-คอร์สที่เคยเรียน (ถ้าไม่เคย ตอบว่า “ไม่เคยเรียน”) แล้วส่งมาที่ LINE @aims2 หรือโทร 02-644-9620 โดยผลสอบจะออกในวันสอบเลย

 

BranchMonthTest Date
PhayathaiJun1 (Sat)
PhayathaiJul6 (Sat)
PhayathaiAug3 (Sat)

คำถามที่พบบ่อย

w

GED คืออะไร

GED คือหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนในระดับมัธยมปลาย (High School) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ข้อสอบมี 4 วิชา หากสอบผ่านทั้งหมดสามารถนำผลสอบ GED ไปสมัครเพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ โดยสามารถสอบ GED ได้หากมีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป

อ่านเพิ่มเติม

นักเรียนที่มีอายุช่วง 16-17 ปีจะต้องให้ผู้ปกครองกรอกเอกสารอนุญาตให้ทำการสอบ (Consent Form) เสียก่อน ข้อดีของการสอบ GED คือผู้สอบไม่ต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ (ใครๆก็สอบได้) ที่สำคัญคือการสอบ GED มีเปิดสอบตลอดทั้งปีและทราบผลการสอบทันที ทำให้ผู้สอบสามารถสอบผ่านได้ในระยะเวลาไม่นานนักหากมีการเตรียมตัวสอบที่ดีพอ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Blog

w

สอบ GED ผ่านแล้วสามารถนำไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้เลยใช่ไหม

เมื่อสอบ GED ผ่านแล้วถือว่าผู้สอบผ่านมีคุณสมบัติเทียบเท่าผู้ที่สอบผ่านหลักสูตรม.ปลายของไทย แต่กระบวนการคัดเลือกของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมักจะต้องการคุณสมบัติอื่นๆด้วย

อ่านเพิ่มเติม

โดยทั่วไปการยื่นสมัครเรียนหลักสูตรอินเตอร์ในระดับมหาวิทยาลัย มีเกณฑ์การรับสมัคร 3 อย่างคือ

  1. วุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลาย (High School Diploma)
  2. ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ (English Proficiency Test)
  3. ข้อสอบกลางที่วัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์หรือข้อสอบกลางที่วัดความรู้เฉพาะทาง (Standardized Test)

หากสอบผ่าน GED ก็จะถือว่าได้สำเร็จการศึกษาเทียบเท่าระดับมัธยมปลาย (High School Diploma) แต่ก็ยังต้องยื่นคะแนน English Proficiency Test เช่น IELTS, TOEFL, CU-TEP และ คะแนน Standardized Test เช่น SAT, SAT Subject Test, CU-AAT, CU-ATS อย่างไรก็ตาม อาจมีคะแนนขั้นต่ำในการยื่นสมัครแตกต่างกันในแต่ละหลักสูตร เช่นต้องการคะแนน GED ขั้นต่ำ 600 จาก 800 คะแนน หรือ คะแนนอื่นๆตามที่กำหนด หากต้องการทราบกระบวนการในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยว่ามหาวิทยาลัยใดต้องการผลสอบวิชาใดบ้าง สามารถสอบถามจาก Counselor ได้ผ่านทาง LINE @aims หรือติดต่อคุณต้น 02-254-9300 คุณป็อป 02-644-9620  

w

ค่าใช้จ่ายในการสอบ GED

การสอบ GED มีค่าใช้จ่ายดังนี้

  1. ค่าสอบวิชาละ $75
  2. ค่าเอกสาร Transcript $18 โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งให้เลือก 2 แบบ แบบแรก $3 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 60 วัน แบบที่สอง $40 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 5 วัน
  3. ค่าเอกสาร Diploma (ฟรี) โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งให้เลือก 2 แบบ แบบแรก $3 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 60 วัน แบบที่สอง $40 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 5 วัน
w

ทำไมจึงควรเตรียมสอบ GED กับ aims

aims เป็นสถาบันแห่งแรกๆในไทยที่เปิดสอน GED มาตั้งแต่ปี 2002 มีประสบการณ์ทั้งด้านการสอน และการแนะแนวมาอย่างยาวนาน และเป็นสถาบันแรกที่เป็น Official Partner กับ GED Testing Service 

อ่านเพิ่มเติม

นอกกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุผลในการเรียน GED ที่ aims

  1. เป็นสถาบันแรกที่พัฒนาหลักสูตรการเรียนแบบกลุ่มวิชาละ 20 ชั่วโมง ที่สถาบันส่วนใหญ่ใช้กันในปัจจุบัน
  2. การเรียนแบบกลุ่มที่ aims จำกัดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 8 คนต่อกลุ่มเท่านั้น
  3. หากสมัครเรียนแบบกลุ่ม 5 วิชา รับสิทธิเรียนทบทวนผ่านระบบ SELF ฟรี 5 วิชา ปกติมูลค่าวิชาละ 7,200
  4. aims ดูแลนักเรียนจนสอบผ่าน หากเรียนแล้วสอบไม่ผ่าน สามารถเรียนทบทวนได้อีก หากผ่านเงื่อนไขต่อไปนี้ 
    4.1 แสดงให้เห็นว่าตั้งใจเรียน โดยเรียนในวิชาที่สอบไม่ผ่าน ไม่ต่ำกว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด
    4.2 หากมีนักเรียนลงทะเบียนอยู่แล้ว (และไม่เกินจำนวนที่กำหนด) สามารถให้นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์ข้อ 4.1 เรียนได้ ทั้งนี้มีเปิดคอร์ส GED แบบกลุ่มใน 3 สาขา หากคอร์สเต็มหรือนักเรียนต้องการเปลี่ยนสาขาเรียน ทาง aims จะพิจารณาคำขอให้ตามความเหมาะสมเพื่อช่วยให้นักเรียนสอบผ่านได้เร็วที่สุด
  5. aims จะพยายามช่วยเหลือนักเรียนให้สอบผ่านโดยได้ความรู้มากที่สุดโดยไม่พึ่งพาการทุจริตด้วยวิธีการต่างๆ
  6. นักเรียน GED ทุกคนของ aims จะมี Counselor คอยให้คำปรึกษาเรื่องการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน/การสมัครสอบ GED/การขอ Transcript & Diploma/เรื่องการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าน้องๆต้องการเข้ามหาวิทยาลัยใด พี่ๆ Counselor จะคอยให้คำแนะนำ ให้ความช่วยเหลือ และวางแผนร่วมกับน้องๆ/ ผู้ปกครองเพื่อให้แน่ใจว่าน้องๆจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ (ไม่มีค่าบริการ ยกเว้นค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการสอบหรือการส่งเอกสาร)
  7. เดินทางสะดวก ติด BTS ทุกสาขา
w

สอบ GED ไปเพื่ออะไร

หากสอบ GED ผ่านตามเกณฑ์ จะได้รับใบคะแนน (Transcript) และใบประกาศนียบัตร (Diploma) ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยให้การรับรองว่ามีเนื้อหาเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งทำให้สามารถนำผลการสอบ GED ไปเป็นหลักฐานประกอบการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีในประเทศไทยได้

w

วิชาและเกณฑ์การสอบผ่าน GED

GED ประกอบไปด้วยข้อสอบ 4 วิชา ดังนี้

  1. Reasoning Through Language Arts (RLA)
  2. Mathematics
  3. Science
  4. Social Studies

หากต้องการสอบผ่าน จะต้องได้อย่างน้อย 145 คะแนนต่อวิชา (จากคะแนนเต็ม 200 คะแนน)

อ่านเพิ่มเติม

หากยังสอบไม่ถึงเกณฑ์หรืออยากได้คะแนนสูงขึ้น สามารถสอบใหม่ได้  อย่างไรก็ตาม มีกฎเกี่ยวกับการสอบใหม่ที่ควรทราบดังนี้

  1. การสอบวิชาเดิมเป็นครั้งที่สองและสาม สามารถทำได้หลังจากสอบครั้งที่แล้วไปไม่ต่ำกว่า 1 วัน
  2. การสอบวิชาเดิมเป็นครั้งที่สี่เป็นต้นไป วันที่สอบใหม่จะต้องเว้นห่างวันสอบครั้งที่แล้วไม่ต่ำกว่า 60 วัน
  3. ในกรณีที่สอบตกวิชาใดวิชาหนึ่ง (หรือตกมากกว่า 1 วิชา) เมื่อสอบซ่อม ให้สอบเฉพาะวิชาที่สอบตก ไม่จำเป็นต้องสอบใหม่ทั้งหมด
w

สอบ GED วันไหนได้บ้าง

ข้อสอบ GED มีการจัดสอบตลอดทั้งปีทั้งวันธรรมดาและวันเสาร์-อาทิตย์ (แล้วแต่นโยบายแต่ละศูนย์สอบ)โดยผู้สมัครต้องสมัคร User ID ก่อนจึงจะเช็ควันว่างที่สามารถสมัครสอบได้